การบูรณะพื้นที่ความเสียหายจาก ภัยพิบัติโรงงานนิวเคลียร์รั่วไหล ฟุกุชิมะ

ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติทางธรรมชาติดังกล่าวที่ได้มีการกล่าวออกมานั้นเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้จะต้องจดจำกันเอาไว้ว่า เรื่องของการดำเนินการดูแลต่าง ๆ ในทางด้านอุตสาหกรรมนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมากและยิ่งมีความเกี่ยวข้องกับ โรงงานพลังงานนิวเคลียร์ ที่ฟุกุชิมะ ที่ได้รับผลกระทบจากการโดนสีนามิพัดเข้ามาทางชายฝั่งติดทะเลที่มีโรงงานดังกล่าวได้ตั้งอยู่ในแถบนั้น ซึ่งจากปัญหานี้เองได้ส่งผลกระทบระยะยาวในการเกิดสารเคมีรั่วไหลที่ลงสู่ทะเล และสภาพอากาศในช่วงนั้นเองก็เต็มไปด้วยความเสี่ยงของการสะสมของมะเร็งที่มีรังสีกัมมันตรังสีต่าง ๆ เป็นตัวเร่งนั้นเอง

ถึงแม้ว่าในเหตุการณ์นี้จะไม่มีผู้เสียชีวิตเลยก็ตามทีแต่ก็ต้องมีความเสี่ยงกันอยู่ในส่วนของโรงงานอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นมารั่วไหลลงสู่ทะเลและทำให้เกิดผลกระทบที่ทำให้สภาพแวดล้อมต่าง ๆ เองก็เต็มไปด้วยสารรังสีกัมมันตรังสีเต็มพื้นที่ไปหมดนั้นเอง เมื่อ WHO ได้เข้ามาตรวจสอบในความปลอดภัยของสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ของชาวฟุกุชิมะที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้เองก็ไม่นิ่งนอนใจในการตรวจสอบ รักษาเยียวยาแก่กลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวกันอีกด้วย

การบูรณะความเสียหายที่เกิดขึ้นมานั้นถึงแม้จะมีการกล่าวหาคนที่ผิดในช่วงแรกกันอยู่นั้นเองแต่ทางฝั่งรัฐบาลของญี่ปุ่นก็ได้มีการแก้ไขพร้อมการรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาและรับประกันว่าจะมีการแก้ไขพร้อมดูแลจากข้อพิจารณาดั่งกล่าวที่จะต้องมีการช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัย จากการต้องย้ายถิ่นอาศัยในระยะยาวก็ตามแต่ ก็ต้องมีการชดเชยค่าเสียหายที่ส่งผลระยะยาวในการทำความสะอาดสารกัมมันตรังสีที่เกิดขึ้นมาจากการรั่วไหลของโรงงานพลังนิวเคลียร์นี้

จากเหตุการณ์นี้เองถึงแม้จะมีระยะเวลามานานถึง 10 ปี แล้วก็ตามแต่ในพื้นที่ส่วนนั้นจะมีการดูแลและบูรณะให้น่าอยู่อาศัยกันมากขึ้นกว่าเดิมกันนั้นเอง แต่ชุมชนที่ได้รับการอพยพไปก็ยังไม่นิ่งนอนใจกับความอันตรายของรังสีที่มีผลกระทบอย่างไม่นิ่งนอนใจต่อสภาพแวดล้อมหรือสิ่งที่ได้รับผลกระทบนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดไหนกันนั้นเอง